อยู่เฉยๆ เรียกว่ามีศีลไหม เข้าใจเรื่อง สมาทานกับไม่สมาทานศีล
24/10/2024 14:13:09— มีศีลโดยไม่สมาทาน : เป็นการรักษาศีลโดยไม่ได้พูดว่าจะรักษาศีล ไม่ได้มีศีลอยู่ตลอดกาล การรักษาศีลแบบนี้ อยู่เฉยๆ ไม่เรียกว่ามีศีล เพราะไม่ได้สมาทาน แต่จะนับว่า มีศีลก็ต่อเมื่อ ไม่ทำผิดศีลในข้อนั้น ๆ ก่อน จึงจะนับว่ามีศีลในข้อนั้น ๆ นับเป็นรายกรณีไป เช่น วันนี้ ไม่ดื่มเหล้า เพราะต้องการจะรักษาศีล (แต่ไม่ได้สามาทาน) เรียกว่ามีศีลแล้วในข้อนี้ แต่ถ้าพรุ่งนี้ ไปดื่ม ก็เรียกว่า ไม่มีศีลในข้อนี้ สอดคล้องกับหลักธรรมที่ว่า สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริต ด้วยกายด้วยวาจา ด้วยใจ ในเวลาเช้า เวลาเช้านั้น ก็เป็นเวลาดีของสัตว์เหล่านั้น ...
การรักษาศีลแบบนี้ มีอานิสงส์ไม่มากเท่ารักษาแบบสมาทาน และถ้าทำผิดศีลข้อไหนก็เรียกว่า ไม่มีศีลข้อนั้นโดยปกติ เป็นอาจิณ แต่ไม่เรียกว่าละเมิด เพราะไม่ได้สมาทาน จึงมีโทษไม่เท่าสมาทานศีลแล้วละเมิด
— มีศีลโดยสมาทาน : เป็นการรักษาศีลโดย ต้องพูดก่อน (เพราะการสมาทานต้องกล่าวด้วยวาจา) ถ้าสมาทานปั๊บ ก็เรียกว่ามีศีลนับตั้งแต่สมาทานเป็นต้นไป มีศีลอยู่ตลอดกาล ตราบใดที่ไม่ได้ละเมิดและไม่ได้ลาศีล การรักษาศีลแบบนี้ มีอานิสงส์มากกว่าที่ไม่สมาทาน แต่ก็มีโทษมากกว่า ถ้าไปละเมิดหรือทำลายศีลที่สมาทานแล้ว ฉะนั้น ถ้าใครไม่แน่ อย่าไปสมาทาน
...ด้วยบทว่า ทุสฺสีโล ตรัสถึงบุคคลผู้ไม่มีศีล ก็บุคคลผู้ไม่มีศีลนั้นมี ๒ อย่าง คือ เพราะไม่สมาทาน หรือทำลายศีลที่สมาทานแล้ว ใน ๒ อย่างนั้น ข้อต้นไม่มีโทษ เหมือนอย่างข้อที่ ๒ ที่มีโทษแรงกว่า...
สรุป คือ มีศีลโดยไม่สมาทานก็มี มีศีลโดยสมาทานก็มี ไม่มีศีลโดยไม่สมาทานก็มี ไม่มีศีลโดยสมาทานแล้วละเมิดก็มี

