พระพุทธเจ้าทุกองค์ปรับปาราชิก 1 บาท (5 มาสก) ตลอดกาล ไม่ว่ายุคสมัยไหน อย่าไปตีความหนีแนวพระบัญญัติ

พระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าเป็นอกาลิโก ถ้าปรับ 1 บาท (5 มาสก) ก็คือ 1 บาท จะยุคสมัยไหนก็ตาม ไม่เกี่ยวกับยุคสมัย พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ปรับโทษถึงที่สุดเพียงบาทเดียว ไม่มีหย่อนหรือยิ่งกว่านี้ และเป็น 1 บาทที่เป็นเงิน ไม่ใช่ทองคำ ไม่เกี่ยวกับทองคำ

...[ พระพุทธเจ้าทุกองค์ปรับโทษถึงที่สุดเพียงบาทเดียว ] แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ก็ทรงบัญญัติปาราชิกด้วยบาทนั้น ถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่จะมีในอนาคต ก็จักทรงบัญญัติปาราชิกด้วยบาทนั้น จริงอยู่ ความเป็นต่างกัน ในวัตถุปาราชิกหรือในปาราชิก ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ย่อมไม่มี วัตถุแห่งปาราชิก ๔ ก็เหมือนกันนี้แหละ ปาราชิก ๔ ก็เหมือนกันนี้แหละ ไม่มีหย่อนหรือยิ่งกว่านี้...

การตีความ 1 บาทให้มีมูลค่ามากขึ้นไป เป็นการหนีแนวไปจากพระบัญญัติ ไม่ว่าจะอ้างไปไหนก็ตาม ต้องอาบัติก็คือต้องอาบัติ เช่น ลักดอกไม้ราคา 5 มาสก ก็ต้องอาบัติปาราชิก ถ้าตีความ 1 บาท ให้มีมูลค่ามากขึ้นไป ก็หมายความว่า ในปัจจุบันนี้ ถ้าลักดอกไม้ราคา 1 บาท ก็จะไม่ให้เป็นปาราชิก ให้พระธรรมวินัยเป็นกาลิโก ไม่ใช่อกาลิโก อันนี้มางัดกับพระบัญญัติ

[๑๕๐] ๑. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ไปสู่สวนดอกไม้ มีไถยจิตลักดอกไม้ที่เขาเก็บไว้ ได้ราคา ๕ มาสก แล้วได้มีความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติปาราชิกแล้ว กระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว

20 มาสก = 1 กหาปณะ , 5 มาสก = 1 บาท (100 สตางค์)

๒๐ มาสก เป็นหนึ่งกหาปณะ เพราะฉะนั้น ห้ามาสกจึงเป็นหนึ่งบาท

ฉะนั้น พระที่ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง สุ่มเสี่ยงมากที่จะต้องเป็นการโกงด้วยเงิน 1 บาท นอกจากนี้ พระที่ไปเล่นอินเตอร์เน็ตแล้วไปดาวน์โหลดสิ่งของที่เขาหัวแหน ให้ซื้อแต่ไม่ซื้อ มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่า 1 บาท ก็ต้องปาราชิก