คำสมมุติเรียกเพศ 2 อย่าง (พระที่ต้องปาราชิกไม่มีอุปสัมบันเพศ)

อุปสัมบันเพศ : ใช้กับผู้ที่เป็นอุปสัมบันอย่างถูกต้องแล้ว เช่น คำว่าเพศในวรรคด้านล่างนี้ หมายถึงอุปสัมบันเพศ

...บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า เราเป็นผู้มีเพศต่างจากคฤหัสถ์...

เหตุที่ทำให้ขาดจากอุปสัมบันเพศ เช่น อาบัติปาราชิก ผู้ใดต้องปาราชิกแล้ว ผู้นั้นจะไม่เป็นอุปสัมบัน แต่ถ้าผู้นั้นไม่ทำตนให้แจ้ง ยังห่มจีวรอยู่ เรียกว่า ลักเพศ เพราะความเป็นอุปสัมบันของผู้นั้น ไม่ได้มี

- ผู้ที่ต้องปาราชิกแล้ว แม้ยังห่มจีวรอยู่ = อนุปสัมบัน ที่ถือเพศก็เท่านั้น

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # พระพุทธเจ้าเป็นผู้รับรองเองทั้งนั้นว่าพระที่ต้องปาราชิกเป็นอนุปสัมบัน ไม่ใช่อุปสัมบัน   # หาสังวาสมิได้ ความเป็นผู้มีสิกขาขาดแล้ว พระปาราชิกไม่ใช่อุปสัมบัน   # รวมกระทู้เกี่ยวกับประเด็นพระปาราชิกไม่ใช่อุปสัมบัน   # ตัวบ่งชี้ความเป็นอุปสัมบันดูจากตรงไหน ?   # บัณเฑาะก์และพระที่ต้องปาราชิกแม้จะห่มผ้ากาสาวะอยู่ จัดเป็นอนุปสัมบัน ไม่ใช่อุปสัมบัน และลักเพศด้วย   # ภิกษุผู้มีผ้ากาสายะพันคอ ผูกเข้าที่มือ ขอดไว้ที่ผม ที่หู จัดเป็นอนุปสัมบัน ไม่ใช่ อุปสัมบัน