พระดาวน์โหลดโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ ที่ให้ซื้อแต่ไม่ซื้อ ต้องปาราชิกหรือไม่
19/03/2024 22:38:05
มีข้อวินิจฉัยดังนี้ :
กระทู้เกี่ยวข้อง :
#
ดาวน์โหลดโปรแกรมของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นขโมย
- ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจก่อนว่า ... โปรแกรมที่ต้องได้ซื้อนั้น ปกติ มีลิขสิทธิ์ (Software License) จัดเป็นสินค้าดิจิทัล (Digital Product) มี Product Key หรือ Licence Key เป็นตัวยืนยันว่า ผู้ใช้ได้ซื้อโปรแกรมของแท้จากผู้ขายอย่างถูกต้อง ปกติ เวลาเราซื้อโปรแกรม เราจะได้ Product Key (เพื่อเอามา activate กับสำเนาไฟล์ต้นฉบับของโปรแกรม) รวมไปถึงการช่วยเหลือด้วย
- ที่จริง ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เรื่องลิขสิทธิ์เลย ลิขสิทธิ์เป็นเพียงตัวบ่งชี้ความเป็นเจ้าของ (เพิ่มเติม) ในยุคปัจจุบันเท่านั้น แต่ประเด็นอยู่ที่ "เขาขาย" (Product Key) ในครั้งพุทธกาล ไม่มีเรื่องลิขสิทธิ์ แต่ชาวบ้านขายของ เมื่อพระไปลักก็เป็นปาราชิก เช่น เรื่องภิกษุไปสู่ร้านขายขนม มีไถยจิตลักขนม ต้องอาบัติปาราชิก ดังนั้น เมื่อเจ้าของโปรแกรม ขาย "Product Key" ถ้าเราไม่ชื้อ แต่ได้มาโดยไม่ชอบ ก็เท่ากับว่า เจ้าของโปรแกรมขาดรายได้ในส่วนนี้ ไม่ได้รายได้ที่ควรจะได้รับ เป็นการถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ เพราะเขาไม่ได้ให้ฟรี เขาขาย
- ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ประเด็นไม่ใช่เรื่องลิขสิทธิ์เลย แต่ถ้าไปโฟกัสที่ ลิขสิทธิ์ ก็อาจไปตีความว่า ไม่เป็นการขโมย เพราะลิขสิทธิ์ก็ยังเป็นของเขาอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้หายไปไหน งั้นก็ลองเข้าไปที่ร้านขายรองเท้าแบรนด์ดัง ลักเอารองเท้าไป ไม่จ่ายเงิน แล้วบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก ความเป็นผู้ขาย ความเป็นลิขสิทธิ์ของคุณยังมีอยู่ เราแค่ลักสินค้าของคุณไปก็แค่นั้น ก็ลองทำดูเขาจะว่ายังไง และอย่าลืมว่า เขาไม่ได้ขายลิขสิทธิ์ เขาขาย Product Key เอาง่ายๆเลย แม้แต่สินค้าที่ไม่มีลิขสิทธิ์ ถ้าไปลักก็เป็นการขโมยอยู่แล้ว มีลิขสิทธิ์หรือไม่มี จึงไม่เกี่ยว ประเด็นจึงอยู่ที่ ไม่จ่ายเงิน แต่ได้มาโดยไม่ชอบ และที่เรียกว่า "สิ่งของอันเจ้าของไม่ได้ให้ สิ่งของนี้นั้น อันเจ้าของเหล่านั้นไม่ได้ให้ ด้วยกายหรือวาจา เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าสิ่งของอันเจ้าของไม่ได้ให้" จะไม่เป็นอาบัติ ก็ต้องตอบให้ได้ว่า เจ้าของโปรแกรมให้คุณฟรีด้วยกายหรือวาจาตอนไหน ? ถ้าไม่มี ก็เป็นการลักใช้ คือลักเอาของเขามาใช้ฟรี ไม่จ่ายเงิน ลองส่งอีเมลไปถามเจ้าของโปรแกรมดูสิว่าทำแบบนี้ได้ไหม เชื่อว่า 100 % เขาจะไม่เห็นด้วยและอยากให้คุณซื้อ หรือจะไม่ส่ง อ่านดูเงื่อนไขในเว็บเขาก็ได้
- ถ้ามีคนไปทำการแก้ไขไฟล์โปรแกรม ทำให้ใช้งานได้ฟรี ไม่ต้องซื้อ (คนนี้เป็นขโมย) และถ้าพระรู้อยู่ว่าเป็นไฟล์ขโมยมา รู้อยู่ว่าเมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว จะไม่ได้ซื้อจากผู้ขาย มีจิตคิดจะไม่ซื้อ แล้วดาวน์โหลดไฟล์นั้นมาอีกที (เป็นการเอาทรัพย์ที่ขโมยมา ก็ต้องอาบัติปาราชิกเหมือนกัน) มีเรื่องให้เทียบเคียงอยู่ เช่น เรื่องพวกขโมยลักมะม่วง ทิ้งห่อมะม่วงหนีไป ภิกษุทั้งหลายคิดว่า พวกเจ้าของจะเห็น แล้วมีไถยจิตฉันเสียก่อน ต้องอาบัติปาราชิก
- ถ้าวินิจฉัยจากอาการ 5 อย่าง ก็สอดคล้องกันหมดเลย คือ : (1) เป็นทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน เพราะเขาขาย เขาไม่ได้ให้ฟรี (2) มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ก็รู้อยู่ว่าเขาหวงแหน เพราะเขาขาย เขาไม่ได้ให้ฟรี (3) ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ขึ้นอยู่กับโปรแกรมนั้น ถ้าราคาเป็นแบบนี้ ก็ต้อง (4) ไถยจิตปรากฏขึ้น ว่าเราจะไม่ซื้อ รู้อยู่ว่าเป็นไฟล์ขโมยมา เป็นไฟล์แก้ไข ... แต่ก็ยังจะเอา มีจิตคิดจะไม่ซื้อ (เทียบเคียงกับคำว่า "ภิกษุมีไถยจิต คือ ยังไถยจิตให้เกิดขึ้นว่า เราจะไม่ให้ภาษีแก่พระราชา" ) (5) ให้เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก ไฟล์โปรแกรมที่ถูกแก้ไข (ที่คนเอามาแชร์ให้ดาวน์โหลดฟรี) ถูกเก็บไว้บน Server เมื่อดาวน์โหลด ไฟล์ก็จะเคลื่อนจาก Server มาสู่คอมของตนเอง ก็เป็นอันเคลื่อนจากฐาน
- ถ้าเป็นเวอร์ชั่นฟรี (ใช้ได้เลยไม่ต้องซื้อ) เวอร์ชั่นทดลอง (หมดระยะทดลอง ถ้าอยากใช้ต่อต้องซื้อ) เวอร์ชั่นให้ใช้ได้แต่จำกัดฟังก์ชั่น (แต่ถ้าซื้อจะได้ฟังก์ชั่นเพิ่ม) ไม่เป็นอาบัติปาราชิก แต่บางโปรแกรม แม้ไม่มี Product Key ก็ตาม แต่ถ้าเขาขาย เช่น ให้ใช้ได้ต่อหนึ่งเครื่อง หรือ ให้ใช้ได้ต่อหนึ่งโดเมนเท่านั้น ถ้าอยากใช้มากกว่านี้ ต้องซื้ออีก ถ้าไม่ซื้อก็เข้าข้อขโมยเหมือนกัน
- เรื่อง Media เรื่อง IT ควรเป็นงานของฆราวาส ถ้าพระไม่ไปยุ่งกับเรื่องเหล่านี้ จะไม่มีประเด็นนี้เลย อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลผู้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนควร สิ่งไหนไม่ควร

