พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 555 ( เล่ม 44 )

บวชเถอะขอรับ. ฝ่ายพระเถระใคร่ครวญว่า ญาณของเธอยังไม่แก่กล้า
ก่อน จึงรอคอยความแก่กล้าของญาณ ห้ามความพอใจในบรรพชา
โดยนัยมีอาทิว่า ทำได้ยากแล ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า เอกภตฺตํ นี้ ท่านกล่าวหมายถึง
การงดเว้นจากการบริโภคในเวลาวิกาล ซึ่งกล่าวไว้อย่างนี้ว่า ภิกษุเป็น
ผู้มีภัตหนเดียว เว้นจากความกำหนัด เว้นจากการบริโภคในเวลาวิกาล.
บทว่า เอกเสยฺยํ ได้แก่ นอนไม่มีเพื่อน. ก็ในคำว่า เอกเสยฺยํ นี้ เมื่อ
มุ่งถึงการนอนเป็นประธาน ท่านจึงแสดงกายวิเวกในอิริยาบถทั้ง ๔ ที่กล่าว
แล้ว โดยนัยมีอาทิว่า ยืนคนเดียว เดินคนเดียว นั่งคนเดียว ดังนี้ ไม่
ใช่แสดงเพียงเป็นผู้ผู้เดียวนอน. บทว่า พฺรหฺมอริยํ ได้แก่ พรหมจรรย์
คือการเว้นจากเมถุน หรือศาสนพรหมจรรย์ คือการประกอบเนือง ๆ
ซึ่งไตรสิกขา. บทว่า อิงฺฆ เป็นนิบาต ในโจทนัตถะ. บทว่า ตตฺเถว
ได้แก่ ในเรือนนั่นเอง. บทว่า พุทฺธสาสนํ อนุยุญฺช ความว่า จงประ-
กอบเนือง ๆ ซึ่งศีลมีองค์ ๕ มีองค์ ๘ และมีองค์ ๑๐ ต่างโดยการกำหนด
เป็นนิจศีล และอุโบสถศีลเป็นต้น และสมาธิภาวนา และปัญญาภาวนา
อันสมควรแก่ศีลนั้น. จริงอยู่ พรหมจรรย์นี้ อันอุบาสกพึงประพฤติ
เนือง ๆ ในส่วนเบื้องต้น ชื่อว่าพระพุทธศาสนา. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึง
กล่าวว่า พรหมจรรย์ประกอบด้วยกาล มีภัตหนเดียว นอนคนเดียว
ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาลยุตฺตํ ความว่า ประกอบด้วยกาล
กล่าวคือ วัน ๑๔, ๑๕, ๘, ค่ำ และวันปาฏิหาริยปักข์. อีกอย่างหนึ่ง
เราพึงสามารถตลอดกาลอันควร คืออันเหมาะสมแก่ท่านผู้ประกอบเนือง ๆ

555