พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 615 ( เล่ม 2 )
บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า อญฺญถา สนฺตํความว่า อันมี
อยู่โดยอาการอื่น ซึ่งมีกายสมาจารไม่บริสุทธิ์ เป็นต้น.
บาทคาถาว่า อญฺญถา โย ปเวทเย ความว่า ภิกษุรูปใด พึง
ประกาศด้วยอาการอย่างอื่น ซึ่งมีกายสมาจารบริสุทธิ์เป็นต้น คือให้ชนชาติอื่น
เข้าใจอย่างนี้ว่า เราเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างยิ่ง โลกุตรธรรมมีอยู่ในภายในของเรา.
ก็แล ครั้นประกาศแล้ว (แสดงตน) ดุจพระอรหันต์ ฉันโภชนะที่เกิดขึ้น
เพราะการประกาศนั้น.
บทว่า นิกจฺจ ในสองบาทคาถาว่า นิกจฺจ กิตวสฺเสว ภุตฺตํ
เถยฺเยน ตสฺส ตํ นี้ แปลว่า ล่อลวง คือ แสดงตนอันมีอยู่โดยอาการอื่น
ด้วยอาการอย่างอื่น ได้แก่ แสดงตนซึ่งไม่ใช่พุ่มไม้ และไม่ใช่กอไม้เลย
ให้เป็นเหมือนพุ่มไม้และให้เหมือนกอไม้ เพราะเอากิ่งไม้ ใบไม้ และใบอ่อน
เป็นต้น ปิดบังไว้.
บทว่า กิตวสฺเสว ความว่า ดุจพรานนก ผู้ลวง คือ หลอกจับนก
ตัวที่มาแล้ว ๆ ในป่า ด้วยมีความสำคัญว่า เป็นพุ่มไม้และกอไม้แล้วเลี้ยงชีวิต
ฉะนั้น.
บาทคาถาว่า ภุตฺตํ เถยฺเยน ตสฺส ตํความว่า เมื่อภิกษุแม้นั้น
ผู้ไม่ใช่พระอรหันต์เลย แสดงว่าเป็นพระอรหันต์ ฉันโภชนะที่ตนได้มา,
โภชนะที่เธอฉัน ชื่อว่าเป็นอันเธอฉันแล้ว ด้วยความเป็นขโมย เพราะเธอ
ฉันโภชนะที่ตนล่อลวงมนุษย์ทั้งหลายแล้วได้มา เปรียบเหมือนนายพรานนกผู้
มีเครื่องปกปิด ล่อ คือ ลวงจับนก ฉะนั้น. ก็ภิกษุเหล่าใด เมื่อไม่รู้อำนาจ
แห่งประโยชน์นี้ ย่อมฉันด้วยอาการอย่างนั้น, ภิกษุเป็นอันมาก เมื่อผ้ากาสาวะ
พันคอ มีธรรมเลวทรามไม่สำรวมแล้ว, ภิกษุผู้เลวทรามเหล่านั้นย่อมเข้าถึง
ซึ่งนรก เพราะกรรมทั้งหลายที่เลวทราม.