พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 524 ( เล่ม 2 )
๑๘. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า ข้าพเจ้าเข้าพละ ๕ แล้ว . . .เมื่อ
คนอื่นเข้าใจ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๑๙. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า ข้าพเจ้าเข้าโพชฌงค์ ๗ แล้ว. . .
เมื่อคนอื่นเข้าใจ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒๐. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า ข้าพเจ้าเข้าอริยมรรคมีองค์ ๘ แล้ว
. . .เมื่อคนอื่นเข้าใจ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒๑. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า ข้าพเจ้าเข้าโสดาปัตติผลแล้ว . . .
เมื่อคนอื่นเข้าใจ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒๒. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า ข้าพเจ้าเข้าสกทาคามิผลแล้ว . . .
เมื่อคนอื่นเข้าใจ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒๓. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า ข้าพเจ้าเข้าอนาคามิผลแล้ว. . .
เมื่อคนอื่นเข้าใจ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒๔. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า ข้าพเจ้าเจ้าอรหัตผลแล้ว . . .เมื่อ
คนอื่นเข้าใจ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒๕. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า ราคะข้าพเจ้าสละแล้ว คายแล้ว
ปล่อยแล้ว ละแล้ว สลัดแล้ว เพิกแล้ว ถอนแล้ว . . . เมื่อคนอื่นเข้าใจ
ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒๖. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า โทสะข้าพเจ้าสละแล้ว คายแล้ว
ปล่อยแล้ว ละแล้ว สลัดแล้ว เพิกแล้ว ถอนแล้ว . . . เมื่อคนอื่นเข้าใจ
ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒๗. ภิกษุรู้อยู่ . . . แต่กล่าวเท็จว่า โมหะข้าพเจ้าสละแล้ว คายแล้ว
ปล่อยแล้ว ละแล้ว สลัดแล้ว เพิกแล้ว ถอนแล้ว . . . เมื่อคนอื่นเข้าใจ
ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อเขาไม่เข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.