พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 162 ( เล่ม 2 )

บทว่า ผลํ ได้แก่ ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง มีผลมะม่วงและผลตาล
เป็นต้น. วินิจฉัยสำหรับภิกษุผู้ถือเอาผลไม้นั้นจากต้นไม้ ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้
แล้วในกถาว่าด้วยภัณฑะที่คล้องไว้บนต้นไม้. ผลไม้ที่เขาเก็บวางไว้ สงเคราะห์
เข้าด้วยภัณฑะที่ตั้งอยู่บนภาคพื้นเป็นต้นนั่นแล.
สองบทว่า อารามํ อภิยุญฺชติ ความว่า ภิกษุกล่าวเท็จตู่เอาสวน
ซึ่งเป็นของคนอื่นว่า นี้เป็นสวนของข้าพเจ้า ดังนี้ เป็นทุกกฏ เพราะเป็น
ประโยคแห่งอทินนาทาน.
หลายบทว่า สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ มีความว่า ภิกษุยังความ
สงสัยให้เกิดขึ้นแก่เจ้าของสวน เพราะความเป็นผู้ฉลากในการวินิจฉัย หรือ
เพราะอาศัยคนที่มีกำลังเป็นต้น. คืออย่างไร ? คือตามความจริง เจ้าของเห็น
ภิกษุนั้น ซึ่งเป็นผู้ขวนขวายในการวินิจฉัยอยู่อย่างนั้น จึงคิดว่า เราจักอาจทำ
สวนนี้ให้กลับคืนเป็นของเรา หรือไม่หนอ ? ความสงสัย เมื่อเกิดขึ้นแก่
เจ้าของนั้น ย่อมชื่อว่า เป็นอันภิกษุนั้นให้เกิดขึ้นแล้ว ด้วยอาการดังกล่าวมานี้
เพราะเหตุนั้น ภิกษุนั้น ย่อมต้องถุลลัจจัย.
สองบทว่า ธุรํ นิกฺขิปติ มีความว่า ก็เมื่อใด เจ้าของทอดธุระเสีย
ด้วยคิดว่า ภิกษุนี้ หยาบช้าทารุณ พึงทำแม้ซึ่งอันตรายแก่ชีวิตและพรหม-
จรรย์ของเรา, บัดนี้ เราไม่ต้องการสวนนี้ละ, เมื่อนั้น ภิกษุผู้ตู่ ย่อมต้อง
ปาราชิก หากแม้ตนจะเป็นผู้ทำการ*ทอดธุระเสียเองก็ตาม. แต่ถ้าเจ้าของทอด
ธุระแล้วก็ตาม ภิกษุผู้ตู่ ไม่ทอดธุระ ยังความอุตสาหะในอันจะพึงให้คืน
ทีเดียว ด้วยคิดว่า เราจักบีบเจ้าของสวนนี้ให้หนักแล้วแสดงความแผ่อำนาจ
ของเรา ตั้งเจ้าของสวนคนนั้นไว้ในความเป็นผู้รับใช้ แล้วจึงจักให้คืน ดังนี้,
ยังรักษาอยู่ก่อน. ถ้าแม้ภิกษุผู้ตู่ ครั้นแย่งชิงเอาแล้ว ก็ทอดธุระเสีย ด้วย
* โยชนาปาฐะ ๑/๓๒๔ ว่า อกโต ธุรนิกฺเขโป เอเตนาติ อกตธุรนิกฺเขโป.

162