พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 593 (เล่ม 76)

อัปปัจจยธรรม เป็นไฉน ?
นิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อัปปัจจยธรรม.
[๙๐๗] สังขตธรรม เป็นไฉน ?
กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และ
รูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า สังขตธรรม.
อสังขตธรรม เป็นไฉน ?
นิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อสังขตธรรม.
[๙๐๘] สนิทัสสนธรรม เป็นไฉน ?
รูปายตนะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า สนิทัสสนธรรม.
อนิทัสสนธรรม เป็นไฉน ?
จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบากใน
ภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูปที่เห็นไม่ได้ที่กระทบไม่ได้ แต่นับเนื่อง
ในธรรมายตนะ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อนิทัสสนธรรม.
[๙๐๙] สัปปฏิฆธรรม เป็นไฉน ?
จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า สัป-
ปฏิฆธรรม.
อัปปฏฆธรรม เป็นไฉน ?
กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูปที่
เห็นไม่ได้ที่กระทบไม่ได้แต่นับเนื่องในธรรมายตนะ และนิพพาน สภาวธรรม
เหล่านี้ชื่อว่า อัปปฏิฆธรรม.

593
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 594 (เล่ม 76)

[๙๑๐] รูปิธรรม เป็นไฉน ?
มหาภูตรูป ๔ และรูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔ นั้น สภาวธรรมเหล่านี้
ชื่อว่า รูปิธรรม.
อรูปิธรรม เป็นไฉน ?
กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และ
นิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อรูปิธรรม.
[๙๑๑] โลกิยธรรม เป็นไฉน ?
กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และ
รูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า โลกิยธรรม.
โลกุตรธรรม เป็นไฉน ?
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรม
เหล่านี้ ชื่อว่า โลกุตรธรรม.
[๙๑๒] ธรรมทั้งหมดแล จัดเป็นเกนจิวิญเญยยธรรม เกนจิน-
วิญเญยยธรรม.
จูฬันตรทุกะ จบ
อาสวโคจฉกะ
[๙๑๓] อาสวธรรม เป็นไฉน ?
อาสวะ ๔ คือ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ
กามาสวะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง
ภวาสวะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔
ดวง

594
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 595 (เล่ม 76)

ทิฏฐาสวะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง
อวิชชาสวะ บังเกิดในอกุศลทั้งปวง
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อาสวธรรม.
ธรรมไม่เป็นอาสวะ เป็นไฉน ?
กุศลที่เหลือเว้นอาสวธรรมเสีย กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยา
อัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็น
อาสวะ.
[๙๑๔] ธรรมเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นไฉน ?
กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และ
รูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของอาสวะ.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นไฉน ?
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่า
นี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ.
[๙๑๕] ธรรมสัมปยุตด้วยอาสวะ เป็นไฉน ?
จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ ดวง อกุศลที่เหลือ เว้นโมหะที่เกิด
ในจิตตุปบาท ๒ ดวงนี้ เว้นโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา (และ) เว้นโมหะที่
สหรคตด้วยอุทธัจจะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยอาสวะ.
ธรรมวิปปยุตจากอาสวะ เป็นไฉน ?
โมหะ ที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ ดวง โมหะที่
สหรคตด้วยวิจิกิจฉา โมหะที่สหรคตอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔
กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม
วิปปยุตจากอาสวะ.

595
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 596 (เล่ม 76)

[๙๑๖] ธรรมเป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นไฉน ?
อาสวะเหล่านั้นแล ชื่อว่าธรรมเป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ.
ธรรมเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ เป็นไฉน ?
อกุศลที่เหลือเว้นอาสวะเสีย กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยา-
อัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์
ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ จะกล่าวว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์
ของอาสวะก็ไม่ได้ ว่าเป็นอารมณ์ของอาสวะ แต่ไม่เป็นอาสวะก็ไม่ได้.
[๙๑๗] ธรรมเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ เป็นไฉน ?
อาสวะ ๒-๓ อย่างบังเกิดร่วมกันในจิตตุปบาทใด สภาวธรรมเหล่านี้
ชื่อว่า ธรรมเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ.
ธรรมสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ เป็นไฉน ?
อกุศลที่เหลือ เว้นอาสวะทั้งหลายเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม
สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ.
ธรรมวิปปยุตจากอาสวะ จะกล่าวว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ
ก็ไม่ได้ ว่าสัมปยุตด้วยอาสวะ แต่ไม่เป็นอาสวะก็ไม่ได้.
[๙๑๘] ธรรมวิปปยุตจากอาสวะ แต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
เป็นไฉน ?
โมหะที่บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสเวทนา ๒ ดวง
โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๓ วิบาก
ในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
ธรรมวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ.

596
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 597 (เล่ม 76)

ธรรมวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็น
ไฉน ?
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่า
นี้ ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ.
ธรรมสัมปยุตด้วยอาสวะ จะกล่าวว่า ธรรมวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็น
อารมณ์ของอาสวะก็ไม่ได้ ว่าธรรมวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของ
อาสวะก็ไม่ได้.
อาสวโคจฉกะ จบ
สัญโญชนโคจฉกะ
[๙๑๙] สัญโญชนธรรม เป็นไฉน ?
สัญโญชน์ ๑๐ คือ กามราคสัญโญชน์ ปฏิฆสัญโญชน์ มานสัญโญชน์
ทิฏฐิสัญโญชน์ วิจิกิจฉาสัญโญชน์ สีลัพพตปรามาสสัญโญชน์ ภวราคสัญโญชน์
อิสสาสัญโญชน์ มัจฉริยสัญโญชน์ อวิชชาสัญโญชน์
กามราคสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง
ปฏิฆสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโสมนัสเวทนา ๒
ดวง
มานสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจาก
ทิฏฐิ
ทิฏฐิสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๒ ดวง
วิจิกิจฉาสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาสสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ
๔ ดวง

597
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 598 (เล่ม 76)

ภวราคสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจาก
ทิฏฐิ ๔ ดวง
อิสสาสัญโญชน์ และมัจฉริยสัญโญชน์ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคต
ด้วยโทมนัสเวทนา ๒ ดวง
อวิชชาสัญโญชน์ บังเกิดในอกุศลทั้งปวง
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า สัญโญชนธรรม.
ธรรมไม่เป็นสัญโญชน์ เป็นไฉน ?
อกุศลที่เหลือ เว้นสัญโญชน์ทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ
๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม
ไม่เป็นสัญโญชน์.
[๙๒๐] ธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นไฉน ?
กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และ
รูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นไฉน ?
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่า
นี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์.
[๙๒๑] ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นไฉน ?
อกุศลที่เหลือเว้นโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
ธรรมสัมปยุตด้วยสัญโญชน์.
ธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์ เป็นไฉน ?
โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยา
อัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปปยุต
จากสัญโญชน์.

598
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 599 (เล่ม 76)

[๙๒๒] ธรรมเป็นสัญโญชน์ และเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์
เป็นไฉน ?
สัญโญชน์เหล่านั้นแล ชื่อว่าธรรมเป็นสัญโญชน์และเป็นอารมณ์ของ
สัญโญชน์.
ธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์แต่ไม่เป็นสัญโญชน์ เป็นไฉน ?
อกุศลที่เหลือเว้นสัญโญชน์ทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓
กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ ละรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็น
อารมณ์ของสัญโญชน์แต่ไม่เป็นสัญโญชน์.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นสัญโญชน์
และเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ก็ไม่ได้ ว่าธรรมเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์แต่ไม่
เป็นสัญโญชน์ก็ไม่ได้.
[๙๒๓] ธรรมเป็นสัญโญชน์และสัมปยุตด้วยสัญโญชน์ เป็น
ไฉน ?
สัญโญชน์ ๒-๓ อย่าง บังเกิดร่วมกันในจิตตุปบาทใด สภาวธรรม
เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นสัญโญชน์และสัมปยุตด้วยสัญโญชน์.
ธรรมสัมปยุตด้วยสัญโญชน์แต่ไม่เป็นสัญโญชน์ เป็นไฉน ?
อกุศลที่เหลือเว้นสัญโญชน์ทั้งหลายเสีย สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม
สัมปยุตด้วยสัญโญชน์แต่ไม่เป็นสัญโญชน์.
ธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นสัญโญชน์และ
สัมปยุตด้วยสัญโญชน์ก็ไม่ได้ ว่าธรรมสัมปยุตด้วยสัญโญชน์แต่ไม่เป็นสัญโญชน์
ก็ไม่ได้.
[๙๒๔] ธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์ แต่เป็นอารมณ์ของ
สัญโญชน์ เป็นไฉน ?

599
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 600 (เล่ม 76)

โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยา
อัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปปยุต
จากสัญโญชน์แต่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์.
ธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์ และไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์
เป็นไฉน ?
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรม
เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์.
ธรรมสัมปยุตด้วยสัญโญชน์ จะกล่าวว่า ธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์
แต่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ก็ไม่ได้ ว่าธรรมวิปปยุตจากสัญโญชน์และไม่เป็น
อารมณ์ของสัญโญชน์ก็ไม่ได้.
สัญโญชนโคจฉกะ จบ
คันถโคจฉกะ
[๙๒๕] คันถธรรม เป็นไฉน ?
คันถะ ๔ คือ อภิชฌากายคันถะ พยาปาทกายคันถะ สีลัพพตปรามาส-
กายคันถะ อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ
อภิชฌากายคันถะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง
พยาปาทกายคันถะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสเวทนา
๒ ดวง
สีลัพพตปรามาสกายคันถะ และอิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ บังเกิดใน
จิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า คันถธรรม.

600
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 601 (เล่ม 76)

ธรรมไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน ?
อกุศลที่เหลือเว้นคันถะทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔
กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม
ไม่เป็นคันถะ.
[๙๒๖] ธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน ?
กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๒ และ
รูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมที่เป็นอารมณ์ของคันถะ.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน ?
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรม
เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ.
[๙๒๗] ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ เป็นไฉน ?
จิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ
วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง เว้นโลภะที่บังเกิดในจิตตุปบาทนี้เสีย, จิตตุปบาท
ที่สหรคตด้วยโทมนัสเวทนา ๒ ดวง เว้นปฏิฆะที่เกิดในจิตตุปบาทนี้เสีย
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ.
ธรรมวิปปยุตจากคันถะ เป็นไฉน ?
โลภะที่บังเกิดในจิตตุปบาท ที่สหรคตด้วยโลภะวิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง
ปฏิฆะที่เกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสเวทนา ๒ ดวง จิตตุปบาทที่
สหรคตด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔ วิบาก
ในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
ธรรมวิปปยุตจากคันถะ.

601
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 602 (เล่ม 76)

[๙๒๘] ธรรมเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน ?
คันถธรรมเหล่านั้นแล ชื่อว่าธรรมเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ.
ธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน ?
อกุศลที่เหลือเว้นคันถะทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓
กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็น
อารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นคันถะและเป็น
อารมณ์ของคันถะก็ไม่ได้ ว่าธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็ไม่ได้.
[๙๒๙] ธรรมเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ เป็นไฉน ?
ทิฏฐิและโลภะบังเกิดร่วมกันในจิตตุปบาทใด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
ธรรมเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ.
ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน ?
จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วย
โทมนัสเวทนา ๒ ดวง เว้นคันถะทั้งหลายที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทเหล่านี้เสีย
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ.
ธรรมวิปปยุตจากคันถะ จะกล่าวว่าธรรมเป็นคันถะและสัมปยุตด้วย
คันถะก็ไม่ได้.
[๙๓๐] ธรรมวิปปยุตจากคันถะ แต่เป็นอารมณ์ของคันถะ
เป็นไฉน ?
โลภะที่บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔
ดวง ปฏิฆะที่บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสเวทนา ๒ ดวง จิตตุป-
บาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๓

602