ด้วยวิชชา ๓ อย่างนี้ และการเกิดของเรานั้น เป็นของประเสริฐ
งาม บริสุทธิ์. ก็เมื่อทรงแสดงอย่างนี้ ได้ประกาศพระสัพพัญญูคุณ
แม้ทั้งหมดด้วยวิชชา ๓ อย่างนี้ คือประกาศอตีตังสญาณด้วย
บุพเพนิวาสญาณ ประกาศปัจจุบันนังสญาณและอนาคตังสญาณ
ด้วยทิพยจักษุญาณ ประกาศโลกิยคุณและโลกุตตรคุณทั้งสิ้นด้วย
อาสวักขยญาณ ทรงแสดงความที่พระองค์ก็เป็นผู้เจริญที่สุด และ
ประเสริฐสุดด้วยอริยชาติ การเกิดอันประเสริฐแก่พราหมณ์.
บทว่า เอวํ วุตฺเต เวรญฺโช พฺราหฺมโณ ความว่า เมื่อพระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงอนุเคราะห์ชาวโลก เมื่อจะทรงอนุเคราะห์
พราหมณ์ ตรัสภาวะที่พระองค์เป็นผู้เจริญที่สุดและประเสริฐที่สุด
ด้วยอริยชาติการเกิดอันประเสริฐแม้ที่ควรปกปิด ด้วยพระธรรม
เทศนาอันประกาศวิชชา ๓ อย่างนี้ เวรัญชพราหมณ์มีกายและ
จิตเต็มด้วยความซาบซ่านแห่งปีติ เข้าใจถึงความที่พระผู้มีพระภาค-
เจ้า เป็นผู้เจริญที่สุดและประเสริฐที่สุดด้วยการเกิดอันประเสริฐนั้น
ได้ตำหนิตนว่า เราได้กล่าวหาพระสัพพัญญูผู้ประกอบด้วยคุณ
ทั้งปวง ผู้เจริญที่สุดในโลกทั้งปวง เช่นว่า ไม่ทำกรรมมีการกราบ
เป็นต้นแก่คนอื่น น่าติจริงหนอพราหมณ์ ช่างไม่รู้ จึงตกลงใจว่า
บัดนี้ ท่านผู้นี้เป็นผู้เจริญที่สุด เพราะเกิดก่อนด้วยอริยชาติ ความ
เกิดอันประเสริฐในโลก เป็นผู้ประเสริฐที่สุด เพราะไม่มีผู้ทัดเทียม
ด้วยคุณทั้งปวง แล้วได้กราบทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ท่านพระโคดมเป็นผู้เจริญที่สุด ท่านพระโคดมเป็นผู้ประเสริฐที่สุด
ก็แลครั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว เมื่อจะชมเชยพระธรรมเทศนาของ