พุทธธรรมสงฆ์


พระพุทธเจ้าทุกองค์ปรับโทษถึงที่สุดเพียงบาทเดียว

พระพุทธเจ้าบัญญัติพระวินัยตามความเป็นจริง ไม่ใช่บัญญัติเอาตามใจชอบ ถ้าความเป็นจริงคือพระต้องปาราชิกด้วยเงินบาทเดียว มันก็ต้องบาทเดียวตลอดกาล ไม่มีเปลี่ยน ธรรมชาติเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นี้บัญญัติหนึ่งบาท องค์ในยุคอายุหนึ่งแสนปีบัญญัติหนึ่งแสนบาท ไม่ใช่นะ ถ้ามันเปลี่ยนได้แบบนี้ มันก็ไม่ใช่พระธรรมวินัยแล้ว เพราะประกอบด้วยกาล

...[ พระพุทธเจ้าทุกองค์ปรับโทษถึงที่สุดเพียงบาทเดียว ] แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ก็ทรงบัญญัติปาราชิกด้วยบาทนั้น ถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่จะมีในอนาคต ก็จักทรงบัญญัติปาราชิกด้วยบาทนั้น จริงอยู่ ความเป็นต่างกัน ในวัตถุปาราชิกหรือในปาราชิก ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ย่อมไม่มี วัตถุแห่งปาราชิก ๔ ก็เหมือนกันนี้แหละ ปาราชิก ๔ ก็เหมือนกันนี้แหละ ไม่มีหย่อนหรือยิ่งกว่านี้...

และก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ถึง 1 บาท มันก็ไม่เป็นปาราชิกตลอดกาล

[๒๔๕] ถามว่า ภิกษุถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้ ต้องอาบัติเท่าไร ตอบว่า ภิกษุถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้ ต้องอาบัติ ๓ คือ ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้เป็นส่วนแห่งโจรกรรมมีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติปาราชิก ๑ ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้เป็นส่วนแห่งโจรกรรม มีราคาเกินกว่า ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ถือ เอาทรัพย์ที่เจ้าของมิได้ให้เป็นส่วนแห่งโจรกรรม มีราคามาสกหนึ่ง หรือหย่อนกว่ามาสกหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ

ฉะนั้น ปัจจุบันนี้ ถ้าไปตีมูลค่า 5 มาสก ว่าเป็น พันบาทบ้าง สองพันบาทบ้าง ก็หมายความว่า ขโมยของมูลค่า 2,000 บาทจึงจะให้เป็นปาราชิก ขโมย 1 บาท ไม่ให้เป็น ก็หมายความว่าไปเปลี่ยนพระบัญญัติ เป็นการตีความพระวินัยไปในทางเสื่อม ยกเพดานให้สูงไว้ เพราะกลัวอาบัติ สัตว์โลกเสื่อมลงเท่าใด ยิ่งตีมูลค่าให้สูงขึ้น

แต่ที่จริงไม่ใช่แบบนั้น คือคนไม่เข้าใจค่าขั้นต่ำ ค่าขั้นต่ำคือ 5 มาสก = 1 บาท สภาพเงินทองในอนาคต มันจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ถ้าใครต้อง "ค่าขั้นต่ำ" เสร็จเลย เป็นปาราชิก เพราะท่านบัญญัติค่าขั้นต่ำแบบนี้แล้ว ไม่ประกอบด้วยกาล