พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหามกุฏฯ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๓ - หน้าที่ 456 ( เล่ม 87 )

บุคคลกระทำปริตตขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
อธิปติธรรมที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้ง
หลาย ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
[๑๕๗๘] ๒. ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตา-
รัมมณธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
บุคคลกระทำทิพยจักษุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา.
กระทำทิพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ เจโต-
ปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมูปคญาณ ฯลฯ กระทำ
อนาคตังสญาณให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา.
บุคคลย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำมหัคคตขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นปริตตารัมมณธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักเเน่น ครั้นกระทำขันธ์นั้น
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม ฯลฯ
ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๕๗๙] ๓. ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตา-
รัมมณธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ

456