พระวินัยปิฎก จุลวรรค เล่ม ๖ ภาค ๑ - หน้าที่ 492 ( เล่ม 8 )
ก็ปักขมานัต สงฆ์พึงให้กึ่งเดือนเท่านั้น ทั้งอาบัติที่ปิด ทั้งอาบัติ
ที่มิได้ปิด. จริงอยู่ คำนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ภิกษุณีผู้ล่วง
ครุกรรม พึงพระพฤติปักขมานัตในอุภโตสงฆ์.
ก็ปักขมานัตนั้น อันนางภิกษุณีทั้งหลาย พึงชำระสีมาของตนให้
หมดจดแล้วให้ในวิหารสีมา หรือเมื่อไม่อาจชำระวิหารสีมาให้หมดจด
พึงให้ประชุมคณะจตุวรรค โดยกำหนดอย่างต่ำที่สุดแล้วให้ในขัณฑสีมา
ก็ได้.
ถ้ามีอาบัติตัวเดียว. พึงแต่งกรรมวาจาประกอบด้วยอำนาจอาบัติ
ตัวเดียว. ถ้ามีอาบัติ ๒ ตัว หรือ ๓ ตัว หรือมากมาย มีวัตถุเดียว
หรือต่าง ๆ วัตถุกัน, พึงถือเอาวัตถุ โคตร นาม และอาบัติที่คน
ปรารถนา แต่งกรรมวาจาประกอบด้วยอำนาจแห่งอาบัติเหล่านั้น ๆ.
อุทาหรณ์ที่พอเป็นทาง ด้วยอำนาจอาบัติตัวเดียว ในปักขมานัต
นั้น ดังนี้:-
นางภิกษุณีผู้ต้องอาบัติ แล้วนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุณีสงฆ์ทำ
อุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ไหว้เท้านางภิกษุณีทั้งหลายผู้แก่กว่านั่ง
กระโหย่งประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า อหํ อยฺเย เอกํ อาปตฺตึ
อาปชฺชึ คามนฺตรํ, สาหํ อยฺเย สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา
คามนฺตราย ปกฺมานตฺตํ ยาจามิ. ครั้นให้ขอ ๓ ครั้งอย่างนั้นแล้ว
นางภิกษุณีผู้ฉลาดสามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบว่า ข้าแต่แม่เจ้า
ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า นางภิกษุณีซึ่งนี้รูปนี้ ต้องอาบัติตัว ๑ ชื่อ
คามันตรา, เธอขอปักขมานัตต่อสงฆ์ เพื่ออาบัติตัว ชื่อคามันตรา