พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 349 ( เล่ม 7 )

ข้อว่า นากามา ภาโค ทาตพฺโพ มีความว่า ก็ถ้าว่า ภิกษุทั้งหลาย
เป็นผู้ประสงค์จะให้ตามชอบใจของตนไซร้ จงให้เถิด. แม้ในอนุภาคก็มีนัย
อย่างนี้เหมือนกัน.
บทว่า สจีวรานิ มีความว่า ชนทั้งหลายพูดกันว่า เราทั้งหลายจัก
ถวาย แม้ซึ่งกาลจีวรแก่สงฆ์ จากส่วนอันจะพึงถวายแก่พระเถระนี้เทียว เมื่อ
กาลจีวรนั้น อันเราทั้งหลายจัดไว้แผนกหนึ่ง จะช้าเกินไป ดังนี้แล้ว ได้ทำภัต
ทั้งหลายพร้อมทั้งจีวรโดยทันทีทีเดียว.
หลายบทว่า เถเร อาคมฺม อุปฺปนฺนานิ มีความว่า จีวรเหล่านี้
พลันเกิดขึ้นเพราะความเลื่อมใสในท่านทั้งหลาย.
ข้อว่า สงฺฆสฺส เทมาติ จีวรานิ เทนฺติ มีความว่า ชนทั้งหลาย
ถวายล่าช้าจนตลอดจีวรกาลทั้งสิ้นทีเดียว. ส่วนใน ๒ เรื่องก่อน พระธรรม
สังคาหกาจารย์กล่าวว่า อทํสุ เพราะชนทั้งหลายมีการถวายอันกำหนดแล้ว
สองบทว่า สมฺพหุลา เถรา ได้แก่ พระเถระผู้เป็นหัวหน้าแห่ง
พระวินัยธรทั้งหลาย. ก็แล เรื่องนี้กับเรื่องพระเถระสองพี่น้องก่อนเกิดขึ้นเมื่อ
พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพานแล้ว ส่วนพระเถระเหล่านี้เป็นผู้เคยเห็นพระตถาคต
เพราะเหตุนั้น ในเรื่องก่อน ๆ พระธรรมสังคาหกาจารย์ทั้งหลายได้กล่าวแล้ว
ตามนัยที่พระตถาคตทรงบัญญัติไว้นั้นแล.
สองบทว่า คมากาวาสํ อคมาสิ มีความว่า พระอุปนันทศากย-
บุตรนั้น กำหนดแล้วเทียว ซึ่งกาลเป็นที่แบ่งจีวรว่า แม้ไฉนภิกษุทั้งหลาย
เมื่อแบ่งจีวรกัน พึงทำความสงเคราะห์แก่เราบ้าง ? ดังนี้ จึงได้ไป.

349