พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 89 ( เล่ม 6 )

ฝ่ายโพลงไฟขึ้น โรงบูชาเพลิงรุ่งโรจน์เป็นเปลวเพลิงดุจไฟลุกไหม้ทั่วไป จึง
ชฎิลพวกนั้นพากันล้อมโรงบูชาเพลิง แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ชาวเรา พระมหา-
สมณะรูปงามดงถูกพญานาคเบียดเบียนแน่ ต่อมาพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรง
ครอบงำเดชของพญานาคนั้น ด้วยเดชของพระองค์ ไม่กระทบกระทั่งผิวหนัง
เนื้อ เอ็น กระดูก และเยื่อในกระดูก ทรงขดพญานาคไว้ในบาตร โดยผ่าน
ราตรีนั้น แล้วทรงแสดงแก่ชฎิลอุรุเวลกัสสปาด้วยพระพุทธดำรัสว่า ดูก่อนกัสสป
นี้พญานาคของท่าน เราครอบงำเดชของมันด้วยเดชของเราแล้ว จึงชฎิลอุรุ
เวลกัสสปได้ดำริว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแท้ จึงครอบงำ
เดชของพญานาคที่ดุร้าย มีฤทธิ์ เป็นอสรพิษ มีพิษร้ายแรง ด้วยเดชของตน
ได้ แต่พระมหาสมณะนี้ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.
[๓๙] ที่แม่น้ำเนรัญชรา พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะชฎิลอุรุเวล-
กัสสปว่าดังนี้:-
ดูก่อนกัสสป ถ้าท่านไม่หนักใจ เราขออาศัยอยู่ในโรงบูชาเพลิงสักวัน
หนึ่ง.
อุรุ. ข้าแต่มหาสมณะ ข้าพเจ้าไม่หนักใจเลย แต่ข้าพเจ้าหวังความ
สำราญจึงห้ามท่านว่า ในโรงบูชาเพลิงนั้นมีพญานาคดุร้าย มีฤทธิ์ เป็นอสรพิษ
มีพิษร้ายแรง อย่าเลย มันจะทำให้ท่านลำบาก.
ภ. บางทีพญานาคนั้นจะไม่ทำให้เราลำบาก ดูก่อนกัสสป เอาเถิด
ท่านจงอนุญาตโรงบูชาเพลิง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบอุรุเวลกัสสปนั้นว่า อนุญาตให้แล้ว ไม่
ทรงครั่นคร้าม ปราศจากความกลัว เสด็จเข้าไป.

89