พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 447 ( เล่ม 6 )

ข้อว่า กเตปิ โอกาเส ปุคฺคลํ ตุลยิตฺวา มีความว่า เราตถาคต
อนุญาตให้ภิกษุ แม้เมื่อตนขอโอกาสแล้ว ต้องพิจารณาอย่างนี้ว่า อุปัทวะจาก
บุคคลนี้ จะมีแก่เรา หรือไม่มีหนอ ? ดังนี้ แล้วจึงโจทด้วยอาบัติ.
ข้อว่า ปุคฺคลํ ตฺลยิตฺวา โอกาสํ กาตุํ มีความว่า เราตถาคต
อนุญาตให้ภิกษุพิจารณาอย่างนี้ว่า ผู้นี้จะกล่าวอาบัติเฉพาะที่เป็นจริงเท่านั้น
หรือจะกล่าวที่ไม่เป็นจริงหนอ ดังนี้แล้ว จึงต่อยให้โอกาส.
บทว่า ปุรมฺหากํ ได้แก่เราทั้งหลาย . . . ก่อน.
บทว่า ปฏิกจฺเจว ได้แก่ ก่อนกว่าทีเดียว. กรรมไม่เป็นธรรมมี
นัยดังกล่าวแล้วนั่น แล.
บทว่า ปฏิกฺโกสิตุํ ไค้แก่ เพื่อห้าม.
ข้อว่า ทิฏฺฐิมฺปิ อาวิกาตุํ มีความว่า เราตถาคตอนุญาตให้ภิกษุ
ประกาศความเห็นของตน ในสำนักภิกษุอื่นอย่างนี้ว่า กรรมนี้ ไม่เป็นธรรม
นั่นไม่ชอบใจข้าพเจ้า.
คำว่า ๔ รูป ๕ รูป เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส เพื่อต้องการ
มิให้มีอันตรายแก่ภิกษุเหล่านั้น.
ข้อว่า สญฺจิจฺจ น สาเวนฺติ มีความว่า แกล้งสวดค่อย ๆ ด้วย
ตั้งใจว่า ภิกษุเหล่าอื่นจะไม่ได้ยินด้วยประการใด เราจักสวดด้วยประการนั้น.
บทว่า เถราธิกํ มีความว่า เราตถาคตอนุญาตปาติโมกข์ ให้มีพระ
เถระเป็นใหญ่ อธิบายว่า เพื่อเป็นกิจ เนื่องด้วยพระเถระ.
บาลีว่า เถราเธยฺยํ ก็มี แปลว่า ให้มีพระเถระเป็นเจ้าหน้าที่. เพราะ
เหตุนั้น พระเถระพึงสวดเองก็ได้ พึงเชิญภิกษุอื่นก็ได้.
ในอธิการว่าด้วยการอัญเชิญปาติโมกข์นี้ วิธีเชิญ มีนัยดังกล่าวแล้ว
ในการอัญเชิญธรรมนั่นแล.

447