พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 365 ( เล่ม 6 )
เขาตอบจักทำคืนขอรับ พึงให้อุปสมบท. ถ้าเขาตอบว่า กระผมจักไม่ทำคือเธอ
รับ ไม่พึงให้อุปสมบท. ครั้นให้อุปสมบทแล้ว พึงถามว่าท่านทำคืนอาบัตินั้น
หรือ ถ้าเธอตอบว่า กระผมจักทำคืนขอรับ พึงเรียกเข้าหมู่. ถ้าเธอตอบว่า
กระผมจักไม่ทำคืนขอรับ ไม่พึงเรียกเข้าหมู่. ครั้นเรียกเข้าหมู่แล้ว พึงกล่าวว่า
จงยอมทำคืนอาบัตินั้นเสีย ถ้าเธอยอมทำคืน การทำคืนได้อย่างนี้ นั่นเป็นการ
ดี. หากไม่ยอมทำคืน เมื่อได้สามัคคี พึงยกเสียอีก เมื่อไม่ได้สามัคคี ไม่
เป็นอาบัติในเพราะสมโภคและอยู่ร่วมกัน.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ยกเสียฐาน
ไม่ยอมสละทิฏฐิบาป สึกไป เธอกลับมาขออุปสมบทต่อภิกษุทั้งหลายอีก พึง
สอบถามเขาเช่นนี้ว่า เจ้าจักยอมสละคืนทิฏฐิบาปนั้นหรือ ถ้าเขาตอบว่า กระ
ผมจักยอมสละคืนขอรับ พึงให้บรรพชา. ถ้าเขาตอบว่า กระผมจักไม่ยอมสละ
คืนขอรับ ไม่พึงให้บรรพชา. ครั้นให้บรรพชาแล้ว พึงถามว่า เจ้าจักยอม
สละคืนทิฏฐิบาปนั้นหรือ ถ้าเขาตอบว่า กระผมจักยอมสละคืนขอรับ พึงให้
อุปสมบท. ถ้าเขาตอบว่า กระผมจักไม่ยอมสละคืนขอรับ ไม่พึงให้อุปสมบท.
ครั้น ให้อุปสมบทแล้ว จึงถามว่าท่านยอมสละคืนทิฏฐิบาปนั้น หรือ ถ้าเธอตอบ
ว่า กระผมจักยอมสละคืนขอรับพึงเรียกเข้าหมู่. ถ้าเธอตอบว่า กระผมจักไม่
ยอมสละคืนขอรับ ไม่พึงเรียกเข้าหมู่. ครั้นเรียกเข้าหมู่แล้ว พึงกล่าวว่า จงยอม
สละคืนทิฏฐิบาปนั้น ถ้าเธอยอมสละคืนการยอมสละคืนได้อย่างนี้ นั่นเป็นการ
ดี. ถ้าไม่ยอมสละคืน เมื่อได้สามัคคี พึงยกเสียอีก เมื่อไม่ได้สามัคคี ไม่
เป็นอาบัติในเพราะสมโภคและอยู่ร่วมกัน.
วิธีปฏิบัติในภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย จบ
มหาขันธกะที่ ๑ จบ