พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 35 ( เล่ม 6 )

อาศัยกันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ธรรม เหล่านี้เป็นปัจจัยแห่งธรรมเหล่า
นี้ เป็นธรรมอาศัยกันเกิดขึ้น.
ข้อว่า โส มมสฺส กิลมโถ มีความว่า ขึ้นชื่อว่าเทศนาแก่เหล่าชนผู้
ไม่รู้ พึงเป็นยาความเหน็ดเหนื่อยแก่เรา พึงเป็นความลำบากแก่เรา.
บทว่า ภควนฺตํ แปลว่า แก่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
บทว่า อนจฺฉริยา ได้แก่ ที่เป็นอัศจรรย์นักหนา๑.
บทว่า ปฏิภํสุ มีความว่า ได้เป็นอารมณ์แห่งญาณกล่าวคือปฏิภาณ
คือถึงความเป็นคาถาอันพระองค์พึงรำพึง. ห อักษรใน บทว่า หลํ นี้ สักว่า
เป็นนิบาต ความว่า ไม่ควร.
บทว่า ปกาสิตุํ ได้แก่ เพื่อแสดง. มีคำอธิบายว่า บัดนี้ไม่ควร
แสดงธรรมที่เราบรรลุได้โดยยากนี้.
บาทคาถาว่า นายํ ธมฺโม สุสมฺพุทฺโธ มีความว่า ธรรมนี้ทำ
ได้ง่าย ๆ เพื่อจะตรัสรู้หามิได้ อธิบายว่า การที่จะรู้มิใช่ทำได้ง่าย ๆ.
บทว่า ปฏิโสตคามึ มีความว่า ให้ถึงนิพพานที่ท่านเรียกว่าธรรม
อันทวนกระแส.
บทว่า ราคฺรตฺตา มีความว่า สัตว์ทั้งหลาย ผู้อันเครื่องย้อมคือกาม
เครื่องย้อมคือภพ และเครื่องย้อมคือทิฏฐิย้อม (ใจ) แล้ว.
บทว่า น ทกฺขนฺติ ได้แก่ ย่อมไม่เห็น.
สองบทว่า ตโมกฺขนฺเธน อาวุฏา มีความว่า ผู้อันกองแห่งอวิชชา
ปกคลุมไว้แล้ว.
๑ แปลเอาความตามนัยฎีกา สารตฺถทีปนี ภาค ๑ หน้า ๕๓๐ ซึ่งแก้ไว้ว่า อนุอจฺฉริยาติ
สวน-
กาเล อุปรปริ วิมฺหมกราติ อตฺโถ.

35