พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 236 ( เล่ม 6 )

อธิบายว่า อันนี้เป็นเครื่องหมาย อันนี้เป็นลักษณะ อันนี้เป็นความแน่นอน
อันนี้เป็นกำลัง อันนี้เป็นประมาณในกรรมซึ่งไม่ทำปริวาสวัตรให้เต็ม ไม่ยัง
ภิกษุทั้งหลายให้ยินดี.
ข้อว่า เอวํ อนาราธโก โข ภิกฺขเว อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ
อาคโต น อุปสมฺปาเทตพฺโพ มีความว่า กุลบุตรผู้เคยเป็นอัญญเดียรถีย์
ซึ่งประกอบด้วยองค์เหล่านี้ แม้องค์เดียว ภิกษุไม่ควรให้อุปสมบท. คำทั้งปวง
ในฝ่ายขาว พึงทราบโดยความเพี้ยนจากที่กล่าวแล้ว.
ข้อว่า เอวํ อาราธโก โข ภิกฺขเว เป็นต้น มีความว่า กุลบุตร
ผู้เคยเป็นอัญญเดียรถีย์ ยังภิกษุทั้งหลายให้ยินดีให้พอใจด้วยการบำเพ็ญติตถิย-
วัตร ๘ ประการเหล่านี้ คือ เข้าบ้านไม่ผิดเวลากลับไม่สายนัก. ความเป็น
ผู้ใหญ่ไม่มีหญิงแพศยาเป็นต้น เป็นโคจร, ความเป็นผู้ขยันในกิจทั้งหลายของ
เพื่อนสพรหมจารี, ความเป็นผู้มีฉันทะแรงกล้าในอุทเทสเป็นต้น, ความเป็นผู้
มีใจแช่มชื่น ในเพราะติโทษพวกเดียรถีย์ร ความเป็นผู้มีใจไม่แช่มชื่น ใน
เพราะติโทษรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ความเป็นผู้มีใจไม่แช่มชื่น ใน
เพราะสรรเสริญคุณเดียรถีย์ ความเป็นผู้มีใจแช่มชื่น ในเพราะสรรเสริญคุณ
รัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น, อย่างนี้ มาแล้ว ควรให้อุปสมบทแต่ถ้าวัตร
อันหนึ่งทำลายเสีย แม้ในโรงอุปสมบท พึงอยู่ปริวาสครบ ๔ เดือนอีก. เหมือน
อย่างว่า สิกขาบทและสิกขาสมมติอันภิกษุณีสงฆ์ย่อมให้อีกแก่นางสิกขมานาผู้
เสียสิกขา ฉันใด, วัตรน้อยหนึ่งซึ่งจะพึงให้อีกแก่กุลบุตรผู้เคยเป็นอัญญเดียรถีย์
นี้ ย่อมมีฉันนั้นหามิได้. ที่แท้ ปริวาสที่เคยให้แล้วนั้นแล เป็นปริวาสของ
เขา. เพราะเหตุนั้น เขาพึงอยู่ปริวาสครบ ๔ เดือนอีก. ถ้ากำลังอยู่ปริวาสยัง
สมาบัติ ๘ ให้เกิดได้ในระหว่างไซร้. ธรรมดาผู้ได้โลกิยธรรมยังกำเริบได้

236