พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 483 ( เล่ม 3 )

จากนิ้วมือ อันเตโชธาตุสมาบัติให้เกิดแล้วนั้น. ก็อานุภาพของพระเถระ
อย่างนั้น ได้ปรากฏแล้ว ในสกลชมพูทวีป ต่อกาลไม่นานนัก. ชน
ทั้งหลายสดับข่าวนั้น อยากเห็นอิทธิปาฏิหาริย์ของท่าน ได้พากันมา.
พวกภิกษุแกล้งมาในเวลาวิกาลบ้าง ก็มี.
ข้อว่า เต สญฺจจิจ ทูเร อปทิสนฺติ มีความว่า ภิกษุเหล่านั้น
ทั้งที่รู้อยู่ ก็พากันอ้างถึงสถานทีไกล ๆ.
คือ อย่างไร ?
คือ อ้างเอาโดยนัยนี้ว่า พระคุณเจ้าทัพพะ ! ขอท่านจงแต่งตั้ง
เสนาสนะให้พวกกระผมที่เขาคิชฌกูฏ ดังนี้ เป็นต้น.
คำว่า องฺคุลิยา ชลมานาย ปุรโต ปุรโต คจฺฉติ มีความว่า
ถ้ามีภิกษุรูปเดียว, ท่านไปเอง ถ้ามีหลายรูป, ท่านนิรมิตอัตภาพเป็นอัน
มาก ให้เป็นเช่นเดียวกับตนของท่านทั้งหมด.
ก็ในคำว่า เสนาสนํ ปญฺญาเปติ อยํ มญฺโจ เป็นต้น มีวินิจฉัย
ดังนี้:- เมื่อพระเถระกล่าวว่า นี้เตียง แม้อัตภาพทีนิรมิตก็กล่าวว่า นี้เตียง
ในที่แห่งตน ๆ ไปถึงแล้ว. แม้ในบททั้งปวงก็อย่างนั้น จริงอยู่ ปกตินี้
เป็นธรรมดาของอัตภาพนิรมิต คือ:-
เมื่อผู้มีฤทธิ์คนเดียวพูด อัตภาพนิรมิตทั้งหมด
ก็พูดด้วย เมื่อผู้มีฤทธิ์คนเดียวนั่งนิ่ง อัตภาพนิรมิต
เหล่านั้นทั้งหมด ก็นิ่งด้วย.
ก็ในวิหารใด เตียง ตั่ง เป็นต้น ไม่สมบูรณ์, ท่านย่อมให้บริบูรณ์
ด้วยอานุภาพของตน, การพูดนอกเรื่องของอัตภาพที่พระเถระนั้นนิรมิต
ย่อมไม่มี.

483