พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 253 ( เล่ม 3 )
เป็นพระอเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียง
กัน อุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ
บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุที่พร้อมเพรียงกันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถ-
กรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ใน
อรรถนี้.
คำว่า ถึงความเป็นผู้ชักสื่อ ความว่า ถูกสตรีวานไปในสำนักบุรุษ
หรือถูกบุรุษวานไปในสำนักสตรี.
คำว่า บอกความประสงค์ของบุรุษแก่สตรีก็ดี คือ แจ้งความ
ปรารถนาของชายแก่หญิงก็ดี.
คำว่า บอกความประสงค์ของสตรีแก่บุรุษก็ดี คือ แจ้งความ
ประสงค์ของหญิงแก่ชายก็ดี.
คำว่า ในความเป็นเมียก็ตาม คือ บอกว่า เธอจักเป็นเมีย.
คำว่า ในความเป็นชู้ก็ตาม คือ บอกว่า เธอจักเป็นชู้.
คำว่า โดยที่สุด บอกแม้แก่หญิงแพศยาอันจะพึงอยู่ร่วมชั่วขณะ
คือ บอกว่า เธอจักเป็นภรรยาชั่วคราว.
บทว่า สังฆาทิเสส ความว่า สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาสเพื่ออาบัตินั้น
ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต เรียกเข้าหมู่ ไม่ใช่คณะมากรูปด้วยกัน
ไม่ใช่บุคคลรูปเดียว เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า สังฆาทิเสส คำว่า
สังฆาทิเสส เป็นการขนานนาม คือ เป็นชื่อของอาบัตินิกายนั้นแล แม้
เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า สังฆาทิเสส.