พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 69 ( เล่ม 20 )

เป็นเครื่องเจาะแทง เพราะเหตุนั้น วิปัสสนาปัญญาจะรียกว่า นิพเพธิกา
ก็ควร. มรรคปัญญาทำทุกข์ในวัฏฏะให้สิ้นไปโดยชอบ คือ โดยเหตุ โดยนัย
เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์โดยชอบ
แม้ในคำว่า สมฺมาทุกฺขกฺขยคามินิยา วิปัสสนาทำทุกข์ในวัฏฏะและทุกข์
เพราะกิเลสให้สิ้นไป ด้วยอำนาจตทังคปหาน เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า เป็น
ข้อปฏิบัติให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์ อีกอย่างหนึ่ง วิปัสสนานั้นก็พึงทราบว่า
เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์ แม้เพราะเป็นไปเพื่อได้มาซึ่งมรรค-
ปัญญา อันเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์.
คำว่า อภิเจตสิกานํ ความว่า อันอิงอาศัยจิตอันยิ่ง จิตอันประเสริฐ.
คำว่า ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ ความว่า อันเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งสุขในขณะที่
เอิบอิ่ม. คำว่า นิกามลาภี ความว่า เข้าสมาบัติในขณะที่ต้องการ ๆ. คำว่า
อกิจฺฉลาภี คือได้ไม่ยาก. คำว่า อกสิรลาภี คือได้อย่างไพบูลย์. พระ-
อริยสาวกรูปหนึ่ง สามารถเข้าสมาบัติได้ ในขณะที่ต้องการ. เพราะเป็นผู้
คล่องแเคล่ว แต่อีกรูปหนึ่ง ไม่ลำบาก แต่ไม่สามารถข่มธรรมที่เป็นอันตราย
แห่งสมาธิไว้ได้ เธอก็ออกจากสมาบัติไปทันที เพราะตนไม่ปรารถนาไม่สามารถ
ดำรงสมาบัติไว้ได้ โดยเวลาตามที่กำหนดไว้ อริยสาวกนี้ชื่อว่า ได้ยาก ได้
ลำบาก ส่วนอริยสาวกรูปหนึ่ง สามารถเข้าสมาบัติได้ในขณะที่ต้องการ ทิ้ง
ไม่ลำบาก ในธรรมที่มีสมาธิบริสุทธิ์ ก็ข่มใจไว้ได้ เธอสามารถออกจาก
สมาบัติโดยเวลาตามที่กำหนดไว้ได้ อริยสาวกนี้ชื่อว่า ได้โดยไม่ยาก ทั้งชื่อว่า
ได้โดยไม่ลำบาก. ด้วยคำว่า อยํ วุจฺจติ มหานาม อริยสาวโก เสโข ปาฏิ-
ปโท นี้ พระเถระแสดงว่า ดูก่อนท่านมหานาม อริยสาวกผู้ปฏิบัติเสขปฏิปทา
ท่านเรียกว่า ผู้ประกอบด้วยข้อปฏิบัติ อันเป็นไปเพื่อห้องแห่งวิปัสสนา.

69