พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 61 ( เล่ม 20 )

ตั้งมั่น เมื่อเสด็จพระพุทธดำเนินก็ไม่ต้อง
เสด็จไปช้านัก พระองค์มิได้ทรงจ้องมอง
เบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ทิศใหญ่
ทิศน้อย อย่างนั้น เสด็จไป ทอดพระเนตร
เพียงชั่วแอก พระชินเจ้าพระองค์นั้นทรงมี
อาจาระน่าชม ดังพระยาช้าง สง่างามใน
อาการเสด็จพระพุทธดำเนิน พระผู้เป็นเลิศ
แห่งโลก เสด็จพระพุทธดำเนินงามนัก ทรง
ยังมนุษยโลกกับทั้งเทวโลกให้ร่าเริงสง่างาม
ดังพระยาอุสุภราช ดังไกรสรราชสีห์ ที่เที่ยว
ไปทั้งสี่ทิศ ทรงยังสัตว์เป็นอันมากให้ยินดี
เสด็จถึงบุรีอันประเสริฐสุด ดังนี้.
นัยว่า เวลานี้เป็นเวลาแห่งพรรณนา. เรี่ยวแรงเท่านี้ เป็นข้อสำคัญ
สำหรับพระธรรมกถึกในการพรรณนาพระสรีระหรือพรรณนาพระคุณของพระ-
พุทธเจ้าในกาลทั้งหลายอย่างนี้. ยังสามารถพรรณนาด้วยคำร้อยแก้ว หรือคำร้อย
กรองได้เท่าใด ก็ควรกล่าวเท่านั้น ไม่ควรพูดว่า กล่าวยาก. แท้จริงพระพุทธ-
เจ้าทั้งหลาย มีพระคุณหาประมาณมิได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าด้วยกันเอง ก็ยังไม่
สามารถพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น โดยไม่ให้หลงเหลือได้ จะป่วย
กล่าวไปไยถึงหมู่สัตว์นอกจากนี้เล่า. พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าสู่พระบุรีของ
ศากยราช อันประดับตกแต่งด้วยสิริวิลาสอย่างนี้ อันชนมีจิตเลื่อมใสบูชาด้วยของ
หอมธูปเครื่องอบและจุรณเป็นต้น เสด็จเข้าสู่สันถาคาร เพราะเหตุนั้นท่านจึง
กล่าวว่า อถ โข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน
เยน นวํ สนฺถาคารํ เตนุปสงฺกมิ ดังนี้. คำว่า ภควนฺตํ เยว ปุรกฺขตฺวา
ความว่า กระทำพระผู้มีพระภาคเจ้าไว้ข้างหน้า ณ สันถาคารนั้น พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าประทับนั่งกลางเหล่าภิกษุและเหล่าอุบาสก ทรงรุ่งโรจน์อย่างยิ่ง เสมือน

61