พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 21 ( เล่ม 20 )
อโคจร ๖ เพราะเหตุแห่งชีวิต เที่ยวไปหาหญิงแพศยา เที่ยวไปหาหญิงหม้าย
หญิงสาวเทื้อ บัณเฑาะก์ โรงสุราและภิกษุณี คลุกคลีกับพระราชา มหาอำมาตย์
ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์ คลุกคลีกับคฤหัสถ์อันไม่สมควร
สำเร็จการเลี้ยงชีวิตด้วยการแสวงหาอันไม่สมควร ๒๑ อย่างคือ ทำเวชกรรม
ทำทูตกรรม ทำการส่งข่าว ฝ่าฝี ให้ยาพอกฝี ให้ยาระบายอย่างแรง ให้ยาระ-
บายอย่างอ่อน หุงน้ำมันสำหรับนัตถุ์ หุงน้ำมันสำหรับดื่ม ให้ไม้ไผ่ ให้ใบไม้
ดอกไม้ ผลไม้ น้ำอาบ ไม้สีฟัน น้ำบ้วนปาก ให้ดินผงขัดตัว พูดให้เขารัก
พูดที่เล่นทีจริง ช่วยเลี้ยงดูเด็ก ช่วยส่งข่าวสาร ชื่อว่า ไม่เลี้ยงชีพด้วยปัญญา
เฉลียวฉลาด คือสำเร็จการเลี้ยงชีวิตเพราะไม่ตั้งอยู่ด้วยปัญญา.
จากนั้นครั้นทำกาลกิริยาแล้วก็จะเป็นสมณยักษ์ เสวยทุกข์ใหญ่โดยนัย
ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า แม้สังฆาฏิของภิกษุนั้นก็รุ่มร้อนเร้ารุม ภิกษุไม่เป็น
อย่างนี้ไม่ล่วงสิกขาบทแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต ดำรงอยู่ในจตุปาริสุทธิศีล เล่า
เรียนพระพุทธพจน์ตามกำลัง บำเพ็ญอริยปฏิปทาเหล่านี้ คือ รถวินีตปฏิปทา
มหาโคสิงคปฏิปทา มหาสุญญทาปฏิปทา อนังคณปฏิปทา ธรรมทายาทปฏิปทา
นาลกปฏิปทา ตุวัฏฏกปฏิปทา จันโทปมปฏิปทา เป็นกายสักขี ในอริยวังส-
ปฏิปทาคือมีความสันโดษด้วยปัจจัย ๔ และมีความยินดีตามความมีอยู่ของตน
เป็นผู้อยู่โดดเดี่ยวในการเที่ยวไปเป็นต้น ดุจช้างพ้นจากข้าศึก ดุจสีหะสละจาก
ฝูง และดุจมหานาวา ไม่มีเรือติดตามไปข้างหลัง เริ่มบำเพ็ญวิปัสสนาตั้งความ
อุตสาหะอยู่ว่า เราจักบรรลุพระอรหัตในวันนี้ให้จงได้.
บทว่า สุปติฏฺฐิตจิตฺตา มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว คือ เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นด้วย
ดีในสติปัฏฐาน ๔. สติปัฏฐานกถาที่เหลือกล่าวไว้พิสดารแล้วในหนหลัง ส่วน
ในที่นี้ท่านกล่าวถึงสติปัฏฐานเจือกันทั้งโลกิยะและโลกุตตระ. ด้วยเหตุเพียงเท่า
นี้ เป็นอันท่านกล่าวถึงเหตุที่ภิกษุสงฆ์เข้าไปสงบแล้ว.