พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 320 ( เล่ม 2 )
เป็นความเพิ่มพูนอุเบกขา ซึ่งเป็นท่ามกลางแห่งปฐมฌาน; ท่ามกลางมีลักษณะ
๓ เหล่านี้. เพราะเหตุนั้น ปฐมฌานท่านจึงกล่าวว่า เป็นคุณชาติงามในท่าม
กลางและถึงพร้อมด้วยลักษณะ ๓.
ความผุดผ่อง เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาน ที่สุดมีลักษณะเท่าไร ? ที่สุด
มีลักษณะ ๔ ความผุดผ่อง ด้วยอรรถ คือความไม่กลับกลายแห่งธรรมทั้งหลาย
ที่เกิดในฌานจิตนั้น ๑ ความผุดผ่องด้วยอรรถคือความที่อินทร์ทั้งหลายมีรสเป็น
อันเดียวกัน ๑ ความผุดผ่องด้วยอรรถ คือความเป็นไปแห่งความเพียร อัน
สมควรแก่สมาธิปัญญาและอินทรีย์ ซึ่งเป็นธรรมไม่กลับกลาย และมีรสเป็น
อันเดียวกันนั้น ๑ ความผุดผ่องด้วยอรรถ คือความเสพดุ้น ๑. ความผุดผ่อง
เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาน ; ที่สุดมีลักษณะ ๔ เหล่านี้. เพราะเหตุนั้นปฐมฌาน
ท่านจึงเรียกว่า เป็นคุณชาติงามในที่สุด และถึงพร้อมด้วยลักษณะ. ๔. จิตที่
ถึงความเป็นธรรมชาติ ๓ อย่าง มีความงาม ๓ อย่าง ถึงพร้อมด้วยลักษณะ
๑๐ ย่อมเป็นจิตถึงพร้อมด้วยวิตก ถึงพร้อมด้วยวิจาร ปีติ และสุข ถึงพร้อม
ด้วยการตั้งมั่นแห่งจิต ถึงพร้อมด้วยศรัทธา และเป็นจิตที่ถึงพร้อมด้วยวิริยะ
สติ สมาธิ และปัญญาด้วยประการฉะนี้.
ข้อว่า อาทิสฺส อาทิสฺส อสุภสมาปตฺติยา วณฺณํ กาสติ มี
ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสรรเสริญ คือตรัสอานิสงส์ ทรงประกาศคุณ
แห่งอสุภสมาบัติ เพราะทรงทำการกำหนดอ้างถึงบ่อย ๆ ว่า เป็นอย่างนั้นบ้าง
เป็นอย่างนี้บ้าง. ตรัสอย่างไร ? ตรัสอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อ
ภิกษุมีจิตอบรมด้วยอสุญญาอยู่เนือง ๆ จิต ย่อมงอ หดเข้า หวนกลับจากความ
เข้าประชิดด้วยเมถุนธรรม คือไม่ฟุ้งซ่านไป ย่อมทั้งอยู่โดยความวางเฉย หรือ
โดยความเป็นของปฏิกูล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเหมือนปีกไก่ หรือท่อน