พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 236 ( เล่ม 2 )

๓ เรื่อง มีเรื่องฟูกเป็นต้น ปรากฏชัดแล้วทีเดียว.
ใน ๓ เรื่อง มีเรื่องการถือเอาด้วยวิสาสะเป็นต้น ไม่เป็นอาบัติ
เพราะการถือเอา, เมื่อพวกเจ้าของให้นำมาคืน เป็นภัณฑไทย ส่วนของภิกษุ
ผู้เข้าไปบิณฑบาต ภิกษุรูปที่ยังอยู่ภายในอุปจารสีมาเท่านั้นรับเอา จึงควร
แต่ถ้าพวกทายก เผดียงแม้แก่พวกภิกษุผู้อยู่ภายนอกอุปจารว่า พวกท่านรับ
เอาเถิด ขอรับ ภิกษุทั้งหลายมาแล้ว จักฉัน ด้วยคำเผดียงอย่างนั้น แม้
พวกภิกษุผู้อยู่ภายในบ้านจะรับเอา ก็ควร. คำที่เหลือในเรื่องทั้ง ๓ นี้ มีเนื้อ
ความตื้นทั้งนั้น.
ใน ๗ เรื่อง มีเรื่องขโมยมะม่วงเป็นต้น มีวินิจฉัยดังนี้:- ไม่เป็น
อาบัติ เพราะถือเอาด้วยบังสุกุลสัญญา, เมื่อพวกเจ้าของให้นำมาคืน เป็น
ภัณฑไทย, เพราะบริโภคด้วยไถยจิต เป็นปาราชิก.
ในเรื่องทั้งหลาย มีเรื่องพวกขโมยลักมะม่วงเป็นต้นนั้น มีวินิจฉัย
ดังต่อไป:- ทั้งพวกเจ้าของก็มีความอาลัย, ทั้งพวกโจรก็มีความอาลัย,
เมื่อภิกษุฉัน ด้วยบังสุกุลสัญญา เป็นภัณฑไทย, เมื่อถือเอาด้วยไถยจิต เป็น
อวหารในขณะที่ยกขึ้นนั้นเอง, ภิกษุนั้น อันพระวินัยธร พึงให้ตีราคาสิ่งของ
ปรับอาบัติ. พวกเจ้าของยังมีความอาลัย แต่พวกโจรหมดความอาลัย ก็มีนัย
เหมือนกันนี้. พวกเจ้าของหมดความอาลัย พวกโจรยังมีความอาลัย ซ่อนไว้
ในที่รกชัฏ แห่งใดแห่งหนึ่งด้วยคิดว่า จักถือเอาอีก ดังนี้ แล้วไป มีนัยเหมือน
กันนี้. ทั้ง ๒ ฝ่าย หมดความอาลัย, เมื่อภิกษุขบฉันด้วยบังสุกุลสัญญา ไม่
เป็นอาบัติ, เมื่อขบฉันด้วยไถยจิต เป็นทุกกฏ.
ส่วนในมะม่วงเป็นต้น ของสงฆ์ มีวินิจฉัยดังนี้ :- ผลไม้มีมะม่วง
เป็นต้น ซึ่งเกิดอยู่ในสังฆาราม หรือที่เขานำมาถวายก็ตามที ซึ่งมีราคา ๕

236